Sutthi Thomya

Tuesday, June 09, 2009

javarebel

ทดลองใช้งาน javarebel แล้วสามารถ reload class ที่มีการแก้ไขได้อัตโนมัติ ทำให้การ develop java tapestry spring รวดเร็วขี้นเยอะ

config Arguments (eclipse) ของ jetty web ที่ใช้งานอยู่

-Djetty.home="/home/leo/jetty-5.1.14"
-Dorg.apache.tapestry.disable-caching=true
-Dfile.encoding=utf8
-Dingres.jdbc.trace.log=/tmp/ingrestrc.log
-Dingres.jdbc.trace.drv=1
-Dingres.jdbc.trace.ds=3
-Dingres.jdbc.trace.msg=
-Dbirt_platform_dir=/home/leo/birt-runtime-2_2_2/ReportEngine
-Dbirt_log_dir=/home/leo/birt-runtime-2_2_2/logs
-noverify
-javaagent:/home/leo/dev/javarebel-2.0.1/javarebel.jar
-Drebel.spring_plugin=true
-Drebel.tapestry4_plugin=true
-XX:MaxPermSize=256m

download javarebel

Labels:

Thursday, May 14, 2009

ถีบเมียอย่างถูกวิธี

ถีบอย่างไร ไม่ให้โดนด่า แถมเมียรักเรามากขึ้นอีกแน๊ะ จงทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ดื่มเหล้าให้เมาแล้วกลับดึก ๆ
2. แต่พอกลับมาบ้านต้องพยายามให้ยังพอมีสตินิดนึง
3. แกล้งทำเป็นเข้านอนทั้งชุดนั้นเลยโดยไม่ต้องอาบน้ำ
4. ช่วงนั้นเมียคงจะด่าเราอยู่..เราก็เลยถอดกางเกง
5. แกล้งทำเป็นถอดไม่ได้..เมียเราก็จะมาช่วยถอดเอง
6. และจังหวะที่เมียเข้ามาใกล้นั่นแหละ..บรรจงถีบ เมียให้หงายไปเลย
7. แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "อย่ามายุ่งกับกู..กูรักเมียกูคนเดียว" แล้วก็หลับไปเลย
8. เช้ามาแค่นั้นแหละ..เมียก็จะรีบหากับข้าวอร่อยๆมาให้เราทานทันที

Labels:

Tuesday, March 10, 2009

วันก่อน

a: วันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปสยามมาคับ
b: แล้วไงวะ
a: เดินผ่านหญิง เค้าหันกลับมามองเลยคับ
b: โห เมิงหล่อมาก !
a: ป่าวคับ เหยียบตีนเค้า

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปเที่ยวกลางคืนมาคับ
b: เออ เปนงัยวะ
a: หิ้ว ญ กลับมาคนนึงคับ
b: โหย เปยงัยวะ
a: นม งี้ดูไม่ได้เลยคับ
b: เห้ยทำนมหรอวะ
a: เค้าไม่ให้ดู คับ

a : แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: เมาเหล้าคับ
b: เหย ธรรมดาๆ
a: แล้วปวดฉี่ คับ
b: แล้วทำไงวะ
a: เลยไปฉี่ตรงศาลพระภูมิ
b: เห้ย แล้วไหว้รึป่าว
a: กลับมาจู๋บวมเลยคับ
b: เมิงไม่ไหว้อะดิ
a: ซิบหนีบจู๋ คับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: วาเลนไทน์คับ
b: เปนไงๆ
a: ผู้หญิงที่คณะวิ่งถือดอกไม้มาหาผม ทุกคนเลย
b: โห เมิงป๊อปมากเลยนะเนี่ย
a: ป่าวคับ เค้าเอามาขาย

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปคัดตัวนักวิ่งมาคับ
b: เออ เปนงัยวะ
a: 100 ม. ผมวิ่งได้ 4 วิ คับ
b: โห หยั่งงี้ติดทีมชาติเลยนะเนี่ย
a: วิที่ 5 ล้มคับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: พ่อพาผมไปโรงพัก
b: เออ แล้วไงต่อๆ
a: คนไหว้พ้อผมทั้งสน.เลยคับ
b: โห พ่อเมิงใหญ่มากเลย
a: พ่อเป็นพระคับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปบ้านเพื่อนมาคับ
b: แล้วไงต่อวะ
a: เหนแม่เพื่อนถือถาดมาให้
b: แม่มาเสิร์ฟน้ำเลยหรอวะ
a: ขายลอตตารี่คับ

Labels:

Tuesday, January 27, 2009

... ถ่ายเทความเครียด...

มีเรื่องเล่าว่า มีนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่งชื่อสมศักดิ์...
ในช่วง IMF นี่เครียดมาก เกิดอาการจนเฉียบพลัน...
คุณสมศักดิ์ แกจะต้องเอาเงินไปใช้หนี้ธนาคารในวันพรุ่งนี้ 200 ล้านบาท
แต่ไม่มีเงิน แกกลัวเสียเครดิต ไม่รู้จะทำยังไง
นอนไม่หลับทั้งคืน เดินไปเดินมางุ่นง่าน

เมียซิเก่งมาก...ถามว่า " คุณ ทำไมไม่นอนเสียที่ล่ะ นี่มันดึกป่านนี้แล้ว"
" นอนได้ยังไงล่ะ คุณรู้หรือเปล่าพรุ่งนี้ตอนเช้าต้องเอาเงิน
ไปให้ผู้จัดการธนาคารตั้ง 200 ล้านแน่ะ...
ฉันไม่มีเงินจะทำอย่างไรดีล่ะ "

" ไม่เห็นยากเย็นอะไรเลยนี่ ผู้จัดการโทรศัพท์เบอร์อะไร บอกมาซิ"
พอบอกเมียก็หมุนโทรศัพท์ไปหาผู้จัดการ
"Hello นั่นผู้จัดการธนาคารใช่ไหมคะ พรุ่งนี้เช้าที่คุณสมศักดิ์เขาบอกว่า
เขาจะเอาเงินไปให้ 200 ล้านน่ะ เขาไม่มีให้หรอกะ" แล้ววางหูเลย
คุณสมศักดิ์นอนหลับได้ คนที่นอนไม่หลับคือผู้จัดการธนาคาร...

ผู้จัดการงุ่นง่านเลยครับ...ไม่รู้จะทำยังไง เดินหงุดหงิดทั้งคืน
เดินไปเดินมาทั้งคืนพอตีสองผู้จัดการนึกออก
หมุนโทรศัพท์มาบ้านคุณสมศักดิ์
"Hello นั่นบ้านคุณสมศักดิ์เหรอครับขอสายเมียคุณสมศักดิ์หน่อย...
Hello นั่นเมียคุณสมศักดิ์เหรอครับ ??
คุณทราบไหมว่าที่คุณสมศักดิ์เขาไม่สามารถจะเอาเงิน 200 ล้านมาใช้หนี้ผมได้น่ะ ??...
เขาเอาไปให้เมียน้อย " แล้ววางหูเลย

คราวนี้ทั้งคู่เลย ไม่ต้องหลับต้องนอนแล้ว......ทะเลาะกันทั้งคืน

นี่แหละ...เวลามีความเครียดเขาบอกว่าต้องถ่ายเทออกไป
บอกให้คนอื่นเขารับรู้เรื่องที่เราเครียดบ้าง
แล้วใจเราก็จะสบายขึ้นนะ มีอะไรอย่าไปเก็บไว้คนเดียว
แบ่งๆกันเครียดดีกว่า ha ha ha...

Wednesday, November 19, 2008

Matching

สาวสวย :
ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริง ค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง
170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก ๆ
เซ็กซี่ มีรสนิยม

...ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน
คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ย แค่ชนชั้นระดับกลาง ๆ
ในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ

...มีใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่ง
งานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงาน
กับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ

...พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง
รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมี
คำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ
1. หลังจากตลาดหุ้นปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆ ถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆ ล่ะคะ
4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วย คะ'


หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า :

...ถึงคุณสุดสวยครับหัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมี
คำถามเดียวกันกับคุณขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะครับ

...รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้น
มากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือน ขาดเหลือนิดหน่อย
ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้น...ผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะ
ไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ

...จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวย
เพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบาย
ตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ...
"ความสวย" เพื่อแลกกับ "เงิน"

...เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับ
โอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอ แต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลง
ทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร

...หรืออีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำ
ไปก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้น
เมื่อข้ามปีและมีแนวโน้ม ที่จะลดลงๆ ในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน

...ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้
เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้น ถ้าความสวยคือสิ่งเดียว
ที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

...นิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุก ๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็
ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดี
ที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึง การแต่งงานที่คุณต้องการ
อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ
Asset ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะใช้วิธีการ 'ให้เช่าซื้อ' แทน
แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณแต่
จะไม่แต่งงานกับคุณ

...ดังนั้น จึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงาน
กับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทแทนซะเอง
ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง

...หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ
option ในบริการ 'เช่าซื้อ' กรุณาติดต่อผม........ เพื่อทำ Bid offer ใน
โอกาสต่อไป

Labels:

รอยตำหนิ

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ
และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง...แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล
จากลำธารกลับสู่บ้าน....จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ
กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง....ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ
ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ...ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง
มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา

หลังจากเวลา 2 ปี… ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า "ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ
รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน"

คนตักน้ำตอบว่า "เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า...
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่....

ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ...
เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น
เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว
ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว..เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้"

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง...
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น
อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้....
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น..
และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง

Labels:

Tuesday, August 05, 2008

สิ่งที่ไอสไตน์เคยพูด

Knowledge is not wisdom :
ความรู้ไม่ใช่ปัญญา

Knowledge is limited , imagination encircles the word :
ความรู้มีขอบเขตจำกัด แต่จินตนาการไร้ขีดจำกัด

Imagination is more important than knowledge :
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

Curiousity has its own reason for existing :
ความอยากรู้อยากเห็นไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล

A person starts to live when he can live outside himself :
บุคคลจะเริ่มมีชีวิตที่แท้จริงก็ต่อเมื่อเขาสามารถดำเนินชีวิตโดยหลุดพ้นจากตัวตน

Sometimes o ne pays most for the things one gets for nothing :
บางครั้งคนเราก็ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสิ่งไร้ค่า

Anyone who has never made a mistake has never tried anything new :
ผู้ที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลย คือผู้ที่ไม่เคยพยายามทำอะไรใหม่เลย

Only a life lived for others is a life worth while :
มีเพียงชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้นที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต

Everything should be made as simple as possible,but not simpler
ทุกสิ่งจะต้องทำอย่างเรียบง่ายเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ใช่แก้ไขให้ง่ายขึ้น

Labels:

Monday, August 04, 2008

สมการ 3 ...

ผู้หญิงที่ดี มีแฟนคนเดียว
ผู้หญิงเก่ง คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามีและเก็บไว้ใช้เองคนเดียว
ผู้หญิงฉลาด คือผู้หญิงที่หาเงินได้น้อยกว่าสามี และเก็บเงินของสามีไว้ใช้คนเดียว
ผู้หญิงอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี...และเก็บมรดกของสามีไว้ใช้คนเดียว
ผู้หญิงยอดอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี เก็บมรดกสามีเอาไว้ แล้วหาสามีใหม่


สมัยหนุ่มๆ ผู้ชายมักทุ่มเทเวลาทำงานหนักจนลืมภรรยาสาว เพราะต้องการจะสร้างเนื้อสร้างตัว
พอสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว เขาก็จะลืมภรรยาแก่ๆ เพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้กับอีหนูสาวๆ


ผู้ชายที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาเชื่อมั่นในตัวเขา
หลังจากนั้น เขาก็จะเชื่อมั่นมากพอ จนกล้าทิ้งผู้หญิงคนนั้น เพื่อจะไปหา
ผู้หญิงคนใหม่ มาเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง


ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
ผู้หญิงที่ไม่โง่ รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว

Labels:

สมการ 2 ...

สัจจพจน์ที่ 1 : ความรู้ คือ กำลัง (ความรู้ = กำลัง)
สัจจพจน์ที่ 2 : เวลาเป็นเงิน (เวลา = เงิน)
สัจจพจน์ที่ 3 : สูตรฟิสิกส์ (กำลัง = งาน/เวลา)

ดังนั้น จึงได้ว่า ความรู้ = งาน/เวลา
แต่ เวลา = เงิน เราจึงได้ว่า
ความรู้ = งาน/เงิน
หรือ เงิน = งาน/ความรู้

ดังนั้น ถ้าความรู้ที่เข้าใกล้ศูนย์ หรือความรู้เข้าใกล้อินฟินิตี้
จึงเป็นตัวกำหนดจำนวนเงินที่ได้จากการทำงาน
สรุปก็คือ....
ยิ่งรู้น้อยเท่าไร ก็สามารถทำเงินได้มากเท่านั้น!

Labels: